เปิดบ้าน (จริง ๆ แล้วเป็นคอนโด) ขนาดกะทัดรัด แม้ใจกลางเมืองราคาที่ดินแสนโหดร้าย พื้นที่ใช้สอยที่ได้มีจำกัด ทั้งนี้ก็ไม่ใช่ปัญหา หากมีเพื่อนเป็นสถาปนิกมือฉมัง

หลังจากทำงานอยู่ครู่หนึ่ง หยิน – ลลิตพรรณ เทพกุณหนิมิตต์ ตัดสินใจไปศึกษาต่อที่สิงคโปร์ นอกจากวิชาความรู้แล้ว ยังได้เพื่อนซี้แถมกลับมาด้วย นั่นคือ จ๋าและป็อป สถาปนิกสัญชาติไทย ซึ่งช่วงเวลานั้นทั้งสองกำลังเก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่สิงคโปร์ สรุปคือหยินไปเรียนต่อ ส่วนจ๋าและป็อปทำงานที่นั่นอยู่แล้ว ด้วยเคมีและช่วงเวลาที่ใช่ทั้งสามจึงสนิทกันนับแต่นั้นมา (จริง ๆ แล้วมีเพื่อนคนอื่นด้วย)


เมื่อหยินกลับมาลำบาก เอ๊ย! ทำงานที่กรุงเทพฯ ไม่นานนักเธอจึงบรรลุเป้าหมายชีวิตโดยการซื้อชายคาสักเรือนด้วยน้ำพักน้ำแรง และแน่นอนว่าห้องขนาดประมาณ 50 ตร.ม. แห่งนี้จะให้ใครมาตกแต่งไม่ได้นอกจากจ๋าและป็อป ซึ่งปัจจุบันทั้งคู่ตรากตำ เอ๊ย! ทำงานในนาม wasu architects


แม้หยินเป็นคนเรียบง่าย แต่ในความสบาย ๆ นั้นแฝงไปด้วยความเอาใจใส่ เช่นเดียวกับโจทย์ของคอนโดห้องนี้ แม้มองผ่านอาจไม่มีอะไรสะดุดตา แต่ถ้าได้หยิบจับรายละเอียดดูถือว่าใช้ได้ จากห้องขาวโล่ง ๆ ผนังเกือบทั้งหมดกลายเป็นเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน โดยเปล่าแค่ไว้ประดับ แต่การใช้งานต้องอิ่มคุ้มทุกตารางเมตร เก๊ะเล็กเก๊ะน้อยใส่ไปให้เต็ม ปิดด้วยหน้าบานสเปคเดียวกับครัวที่ทางโครงการให้มา







โดยหลังหน้าบานเหล่านั้นประกอบด้วยสิ่งใช้สอยหลายอย่าง ทั้งมีประโยชน์และ (ไม่รู้) มีทำไม หากยกตัวอย่างตัวเอกคงเป็นตู้ที่เป็นบ้านของเครื่องดูดฝุ่น ซึ่งในตู้นี้มีการวางระบบไฟเพื่อชาร์จคุณไดสันขณะไม่ได้ใช้งาน ส่วนตู้ที่เหลือส่วนมากมักเป็นของไร้สาระ เอาเป็นว่าขอให้มีประโยชน์มากกว่านี้ในอนาคต


อีกความภูมิใจเล็ก ๆ ช่วงวัยสามสิบคือการประดิษฐ์โต๊ะกินข้าวที่ยื่นออกมาได้ ดังไฟล์ Gif ด้านบนที่ดุ๊กดิ๊กอยู่ ตอนย้ายมาอยู่ใหม่ ๆ ชอบขยายโต๊ะโชว์เพื่อนเป็นประจำ แต่ช่วงหลังเพื่อนมีสาระมากขึ้น การมาเป็นภาระโต๊ะวิเศษตัวนี้จึงลดน้อยลงไปด้วย



ในขณะที่มุมทำงานนั้นใช้พื้นที่คุ้มค่าในระดับเซนติเมตร ความกว้างเหมาะสมกับหน้าจอขนาด 27′ พร้อมลิ้นชักวางคีย์บอร์ดและชั้นวางหนังสือด้านบนบวกตู้ (อีกแล้ว) และเหนือสิ่งอื่นใดสายไฟซึ่งหยินรำคาญใจถูกซ่อนอยู่ใต้โต๊ะเสมอ ซึ่งทำเลของคอกนี้อยู่ติดกับประตูสู่ระเบียง หากทำงานเครียด ๆ ก็ไปสูด PM 2.5 แก้เบื่อได้โดยทันที





ปิดท้ายที่อีกห้องซึ่งกั้นผนังเพิ่มเติมจากแปลนเดิม อีกด้านคือตู้เสื้อผ้าและโต๊ะเครื่องแป้ง ไม่อยากเรียกว่าเป็นอีกห้องเพราะไม่มีประตูปิด และมีลักษณะคล้ายทางเดินมากกว่าการเป็นห้อง อาจเรียกว่าวอร์คอินโคเซ็ทก็ได้ แต่ดูไฮโซเกินไปหน่อย
ส่วนอีกด้านนั้นฐานเตียงบิวท์อินเกือบเต็มพื้นที่ เหลือแค่ทางเดินพอเป็นพิธี เดินได้สบาย ๆ ไม่ต้องกลัวชนอะไร ไม่มีแม้กระทั่งโทรทัศน์เพราะใช้โปรเจ็คเตอร์แบบเคลื่อนย้ายได้แทน และแน่นอนว่าด้านล่างเตียงเป็นเก๊ะอีกเช่นกัน ซึ่งใช่แล้ว… ตอนนี้เก๊ะยังว่าง
text and photo : ROTB
design : WASU