Noble Around Ari : Timeless Design, Timeless Living

Published by

on

โนเบิล อราวน์ อารีย์ คือคอนโดที่เข้าใจง่าย ภาพรวมการออกแบบเป็นสไตล์ “Timeless Modernism Design” ใช้วัสดุสมัยใหม่ผสานกับงานสถาปัตยกรรมเรียบง่ายรูปทรงเรขาคณิต สอดคล้องกับการใช้งาน เปิดพื้นที่โล่งเพื่อเชื่อมต่อชีวิตกับธรรมชาติโดยรอบ จากระยะไกลคุณสามารถเห็นอาคารสูง 39 ชั้น ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากเด่นสง่าอยู่เกือบริมถนนพหลโยธิน และเมื่อเข้ามาด้านในคุณจะพบทรงกลมประดับในฐานะเฟอร์นิเจอร์ อาทิ โซฟา โคมไฟ บันไดวน ฯลฯ

ไม่ว่าจะโครงการไหน แบรน์โนเบิลสร้างความประทับใจด้านรสนิยมเสมอ ณ พื้นที่นี้ก็เช่นกัน เรา (ทึกทักเอาเอง) ว่าการเป็นเพื่อนบ้านใหม่ในย่านอารีย์ไม่จำเป็นต้องสร้างความฉูดฉาดหรือเรียกร้องความสนใจอะไรมาก เพียงแค่เข้ามากลมกลืนกับสภาพแวดล้อมที่ดีอยู่แล้วก็พอ

The Skin and Bones Architecture

ลุดวิก มิส ฟาน เดอร์ โรห์ (Ludwig MiesVan Der Rohe) คือสถานปนิกชาวเยอรมันที่ได้การยอมรับในด้านการบุกเบิกสถาปัตยกรรมสมัยใหม่หรือโมเดิร์น (Modernism) เป็นแนวคิดที่ตัดทอนองค์ประกอบที่ไม่จำเป็น แต่ไปให้น้ำหนักในเรื่องฟังก์ชัน การเลือกวัสดุ และการเปิดพื้นที่ให้โล่ง ลุดวิกนิยามงานของเขาว่า Skin and Bones Architecture ทั้งผิวหนัง (โครงสร้างไม่รับน้ำหนัก: ผนัง กระจก) และกระดูก (โครงสร้างรับน้ำหนัก: คาน เสาเข็ม) คือความสำคัญลำดับแรกของแนวคิดนี้ โดยโนเบิล อราวน์ อารีย์ นำมาใช้ในการออกแบบพื้นส่วนกลางทั้งหมด

การแบ่งพื้นที่ในโครงการแบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ อาคาร X และอาคาร Y แค่ชื่ออาคารก็เท่แล้ว ทางเข้าโครงการอยู่ติดกับถนนพหลโยธิน แต่พื้นที่อาศัยไม่ได้อยู่ชิดกับความวุ่นวายของถนนใหญ่ เพราะมีถนนพร้อมทางเดินเข้าอาคารคั่นไว้ อาคาร X มีความสูง 39 ชั้น ดูเรียบ ๆ แต่ตระหง่านกว่าใครในละแวก มีชั้นจอดรถอยู่ใต้ดิน ในขณะที่อาคาร Y สูง 7 ชั้น ส่วนการจอดรถใช้ระบบอัตโนมัติและ Conventional

การตกแต่งภายในส่วนกลางของทั้ง 2 อาคารใช้แนวคิดข้างต้น ให้ความสำคัญกับการเปิดพื้นที่ (Open Plan) ไม่มีการกั้นห้องอย่างถาวร รวมถึงประตูกระจกที่คั่นระหว่างล็อบบี้และสวนด้านนอก ล็อบบี้อาคาร Y มีการใช้ระแนงไม้วางในลักษณะโค้ง แต่วางแบบแบ่งช่องไฟ บริเวณนี้จึงรู้สึกโปร่งสบายโดยไม่ต้องมีพื้นที่มากนัก ซึ่งการทำผนังแบบเว้นช่องมีให้เห็นเชยชมอีกหลายจุด

สวนของอาคาร Y หรือ Around Garden ใช้เลขาคณิตทรงกลมมาตัดความเหลี่ยมจากตัวอาคาร มีวงที่นั่งหินซึ่งเป็นหลุมยุบลงไปในพื้น (Sunken Seating) ทุกวงถูกล้อมด้วยวงน้ำอีกเลเยอร์ และบริเวณสวนตรงนี้ถูกล้อมด้วยกำแพงต้นไม้ 3 ด้าน โดยมีอีก 1 ด้านใช้ผนังประตูกระจกร่วมกับล็อบบี้ ซึ่งเป็นลักษณะเดียวกับอาคาร X

กลับมาที่ล็อบบี้อาคาร X มีบันไดเกลียวอยู่ด้านในสำหรับเชื่อมไปชั้น 2 บริเวณนี้คือ The Mezzanine Library ภาพรวมคล้ายชั้นลอย มีเพดานร่วมกับชั้น 1 แต่แบ่งพื้นที่ด้วยกระจกใส การแบ่งพื้นที่ในห้องนี้ก็ทำได้น่าสนใจเช่นกัน ด้วยโต๊ะรูป Y เหมาะสำหรับการนั่งทำงานคนเดียวเพราะทุกคนมีมุมเป็นของตัวเอง

23rd Floor

บนโซนระฟ้าอาคาร X แบ่งส่วนกลางได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ๆ โซนแรกอยู่ที่ชั้น 23 หรือ Uptown Sky Lounge หากมองจากนอกอาคารจะเห็นเป็นชั้นลอยที่ยื่นออกมาจากตัวอาคารเล็กน้อย ภาพรวมแบ่งเป็น 3 บริเวณ ได้แก่ Game Zone, Co-Kitchen Counter, Tea Room แน่นอนว่าทั้ง 3 ส่วนนั้นเชื่อมถึงกันตามคอนเซ็ปต์พื้นที่เปิด (Open Plan) เช่นเดียวกับการเลือกเฟอร์นิเจอร์ยังคงเน้นรูปทรงที่เรียบง่าย คุมโทนสีในห้องให้สบายตา ดังนั้นวิวรอบด้านที่กั้นด้วยกระจกใสจึงโดดเด่นทุกช่วงเวลา

หากอาศัยที่นี่คงมานั่งเล่นบริเวณนี้บ่อยครั้งแน่ ๆ แอบเลือกมุมโปรดไว้แล้วคือระเบียงที่หันหน้าเข้าถนนพหลโยธิน โดยระเบียงมีลักษณะทางเดินยาวทะลุ 2 ฝั่งระหว่าง Game Zone และ Tea Room พร้อมทั้งมีเสากั้นระหว่างโต๊ะ ซึ่งเสาใหญ่ลายหินตรงนี้เป็นกระดูกของอาคารนั่นเอง

39th Floor

ส่วนกลางโซนถัดมาอยู่ที่ชั้น 39 เป็นชั้นบนสุดของอาคาร X โดยชั้น 39 แบ่งเป็น 3 เลเยอร์ ได้แก่ ชั้นแรก Dimensional Pool สระน้ำระบบเกลือที่มีเอกลักษณ์ด้านการจัดสรรพื้นที่ ส่วนตัวเราไม่เคยเห็นที่การออกแบบสระลักษณะนี้มาก่อน ซึ่งแบ่งพื้นของสระตรมรูปทรงอาคารที่เป็นสี่เหลี่ยมมุมฉาก แบ่งพื้นที่ตามด้าน ได้แก่ Lap Pool ด้านหลักกว้างที่สุด หันหน้าเข้าหาถนนพหลโยธิน Kids Pool ด้านที่มีน้ำตื้นสำหรับเด็ก Terrace Lounge ด้านที่มีเตียงอาบแดด และด้านสุดท้าย Romamce Island ทั้ง 4 ด้านนั้นเชื่อมต่อกันรวมเป็นสระน้ำน้ำที่ล้อมพื้นที่ใช้สอยตรงกลาง อย่างลิฟท์โดยสารและห้องน้ำที่มีห้องอบไอน้ำในตัว

เลเยอร์ที่ 2 ของชั้น 39 คือ Horizontal Gym เป็นชั้นลอยของสระว่ายน้ำ ขึ้นมาด้วยลิฟท์แก้วซึ่งใช้เฉพาะบริเวณนี้เท่านั้น และมีการวางผังในลักษณะเดียวกันกับสระน้ำด้วยการวางอุปกรณ์ออกกำลังกายกระจายเป็นสี่เหลี่ยม ล้อมพื้นที่ตรงกลาง อุปกรณ์ออกกำลังกายทั้งหมดใช้แบรนด์ Technogym จากอิตาลี ความน่าอิจฉาอย่างหนึ่งคือพวกเครื่องคาดิโอ อย่างลู่วิ่งหรือจักรยานมีแท็บเล็ตประกอบอยู่ด้วย

เลเยอร์สูงที่สุดคือ Ari Cloud Forest สวนลอยฟ้าที่ยังคงเป็นพื้นที่เปิด เดินรอบได้ในลักษณะ 4 เหลี่ยมเช่นเดียวกับ 2 ชั้นด้านล่าง โดยที่นั่งนั้นกระจายตัวกลมกลืนกับร่มไม้ทั่วบริเวณ กั้นโลกภายนอกด้วยระแนงจึงยังเป็นทางผ่านของลมและยังชมวิวได้ด้วย เอกลักษณ์ของสวนแห่งคือโต๊ะเคาน์เตอร์สูงพร้อมเก้าอี้ คล้ายนั่งที่บาร์แต่ฝั่งตรงข้ามคือทัศนีภาพของกรุงเทพฯ อยากดูวิวจากมุมไหนก็มีให้เลือก

Ready to Be Ari

จุดเด่นอีกเรื่องของโครงการคือทำเลที่ตั้ง ข้อแรกคือสามารถออกถนนพหลโยธินได้ทัน ข้อถัดมาคือการอาศัยอยู่ในย่านอารีย์ ซึ่งเป็นไม่กี่ย่านที่สิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ อยู่ในระยะเดินสบาย จากคอนโดสามารถเดินไปรถไฟฟ้า จับจ่ายที่ซูเปอร์มาร์เก็ต และเหนือสิ่งอื่นใดอารีย์คือละแวกที่มีร้านอาหารแข่งกันอร่อยเยอะมาก อยู่ทั้งปีอาจยังชิมไม่ครบทุกร้าน

โนเบิล อราวน์ อารีย์ มีห้อง 2 ประเภท ได้แก่ 1 Bed Room (ขนาด 26.4 ถึง 34.95 ตร.ม.) และ 1 Bed Room Plus (ขนาด 41.56 ถึง 44.89 ตร.ม.) มีเฟอร์นิเจอร์บิวท์อินพร้อมอยู่ เครื่องครัวใช้แบรนด์ Teka ส่วนสุขภัณฑ์จากแบรนด์ Kohler โดยฝารองนั่งเป็นระบบอัตโนมัติ ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 5.6 ล้านบาท

#NobleAroundAri #โนเบิลอราวน์อารีย์ #NobleDevelopment


+ noblehome.com
google maps


text and photo : ROTB